ลิเวอร์พูล เกมพรีเมียร์ลีก กับ เลสเตอร์

หงส์แดง ผ่านความลำบากด้วยเอกลักษณ์ของ แชมเปียนส์

ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเหนือปัญหาที่รุมเร้าได้แบบต้องยกนิ้ว เมื่อจัดการเปิดบ้านทำสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องเป็นเกมที่ 65 ด้วยการเอาชนะเลสเตอร์ไป 3-0 ส่งทีมขึ้นไปอยู่ในอันดับสองของตาราง มีคะแนนเท่ากับ สเปอร์ส แต่ประตูได้เสียเป็นรอง

อย่างที่รู้กันดีว่า ก่อนเกมนี้หงส์แดงเจอกับสถานการณ์ชวนลำบาก เมื่อผู้เล่นบาดเจ็บและไม่สามารถลงสนามได้เข้าบัญชีต่อแถวกันเป็นหางว่าว แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องแข่งขันจริงๆ ผู้เล่นที่ลงสนามไปแทบจะไม่แสดงให้เห็นว่าทีนนี้แข็งแกร่งน้อยลงเลย กลับกันช่วงที่นักเตะเริ่มทยอยเจ็บ ลิเวอร์พูลก็ยังมีผลงานที่ดีเยี่ยมมาตลอดด้วยซ้ำไป

แม้ว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลจะมีเปอร์เซ็นต์ครอบครองบอลไม่ได้สูงกว่าเลสเตอร์นัก ในระดับ 58%-42% แต่การสร้างสรรค์โอกาสยิงประตูยี่สิบกว่าครั้ง ส่งบอลชนเสา คาน และติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ลนับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ 3-0 เป็นสกอร์ที่ต่ำกว่าที่ควรเกิดขึ้นจริงเสียอีก

อาวุธของหงส์แดงในเกมนี้ มาจากทั้งจังหวะเปิดบอลครอสแบบอันตรายจากซ้ายและขวาของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กดดันจนจอห์นนี่ อีแวนส์โหม่งเข้าประตูตัวเอง จังหวะแทงบอลเร็วของเจมส์ มิลเนอร์ จังหวะต่อบอลเข้าทำในพื้นที่แคบๆ ของสามประสานที่ดิโอโก้ โจต้าลงมาแทนโมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิธีการเคลื่อนที่เข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายของทั้งซาดิโอ มาเน่, โจต้าและเคอร์ติส โจนส์ ทั้งหมดสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับและการสร้างเกมของลูกทีมแบรนดอน ร็อดเจอร์ได้

ขณะที่หงส์แดงเองก็รู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีความเหนียวแน่นในเกมรับเต็มศักยภาพเดิม การเล่นแบบช่วยกันทั้งทีมจึงเป็นตัวปิดจุดอ่อนนี้ ซึ่งฝั่งเลสเตอร์เองก็เป็นทีมที่มีคุณสมบัติในการเล่นเกมรุกที่อันตรายมาก ที่ผ่านมาได้จุดโทษไปแล้วถึง 8 ครั้ง สะท้อนว่าพวกเขามีพื้นฐานการบุกเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายดีเลิศ แต่เกมนี้แข้งหงส์แดงเอาอยู่หมด

หลายคนเป็นกังวลว่า ลิเวอร์พูล จะพบกับความยากลำบากในการป้องกันแชมป์ฤดูกาลนี้ แต่หลังผ่านเกมสำคัญๆ ในครึ่งปีแรกนี้ไปแล้ว ไม่ว่จะเป็นการชนะเชลซี ชนะเลสเตอร์ เสมอ แมนฯ ซิตี้ เสมอ เอฟเวอร์ตัน มีเพียงเกมแพ้ให้กับแอสตันวิลล่าที่ออกอาการเครื่องดับ บรรดาเกมที่เหลือลิเวอร์พูลมีทั้งเกมที่เอาตัวรอดมาได้ และเกมที่เอาคู่แข่งอยู่หมัด

ความสามารถในการเล่นตามแนวทางที่ปลูกฝังให้โดยกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จนเริ่มกลายเป็นดีเอ็นเอของเด็กหงส์ ได้พัฒนาให้หงส์แดงเป็นทีมที่มีเกมรุกอันตรายมากที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป และมีเกมรับที่ใช้พื้นฐานจากการครองบอลเหนือคู่แข่ง ไม่มีนักเตะที่เป็นตัวแบกทีม เพราะการเคลื่อนไปทั้งทีมคือวิธีการเล่นของลิเวอร์พูล ถ้าใครปล่อยให้เพื่อนเล่นยาก ผู้เล่นคนนั้นจะกำลังเล่นผิดวิธีของหงส์แดง

อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้หงส์แดงสามารถที่จะรักษาผลงานหรือความหวังในการลุ้นแชมป์ และป้องกันแชมป์มาตลอดเวลาที่คล็อปป์มาคุมทีม คือการเล่นในบ้านที่สุดยอด 65 เกมพรีเมียร์ลีกให้หลัง ลิเวอร์พูลเสียไปเพียง 22 คะแนนจากการเสมอ 11 ครั้ง สามารถเก็บได้ถึง 162 คะแนน และทุกครั้งที่ลิเวอร์พูลออกไปมีผลงานที่ไม่ดี ไม่ว่าจะออกไปเสมอหรือแพ้นอกบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ พวกเขาสามารถที่จะเรียกความมั่นใจกลับมาได้ตลอด ทำให้หงส์แดงสามารถที่จะยืนระยะผลงานระดับสูงได้เรื่อยๆ ผิดกับสโมสรอื่นๆ ที่มีช่วงเวลาเล่นไม่ดีต่อเนื่องกันทั้งในบ้านนอกบ้าน

ทุกครั้งที่ผลงานนอกบ้านไม่ดี หรือจบแบบไม่ค่อยน่าพอใจ เด็กหงส์สามารถพูดเต็มปากด้วยความมั่นใจว่า “เดี๋ยวไปเอาคืนในบ้าน” แล้วกัน

จนถึงตอนนี้แฟนบอลลิเวอร์พูลก็น่าจะสบายใจลงได้มากๆ เพราะก่อนเกมต่างมีความกังวลว่าจะเสียสถิติหรือจะเล่นกับเลสเตอร์ด้วยความยากลำบาก ซึ่งปรากกฎว่าไม่ใช่เลย หงส์แดงของเจอร์เก้น คล็อปป์ยังเล่นได้อย่างสวยงาม รวดเร็วและอันตราย ผู้เล่นยังคงสามารถทดแทนกันได้อย่างไร้รอยต่อ มีราศีของทีมที่เป็นแชมป์เก่าอย่างชัดเจน ถ้าไม่ใช่เพราะประตูติดลบจากการออกไปพ่ายวิลล่าถึง 7-2 ประตูได้เสียที่สเปอร์ทำได้เหนือกว่าตอนนี้ อาจจะไม่พอยึดจ่าฝูงด้วยซ้ำไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *